แนะวิธีกินเจให้มีสุขภาพกายใจดี

"มศว" แนะวิธีกินเจให้มีสุขภาพกายใจดี เสริมเทคนิค วิธีการกินอย่างมีความสุข เตือนระวังคาร์โบไฮเดรต - ไขมัน - โซเดียมที่มากเกิน

ที่มา : www.youtube.com

ผศ.ดร.นันทรัตน์ ณ นครพนม อาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า เทศกาลกินเจประจำปี 2558 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 - 21 ต.ค.นี้ หลายคนเตรียมตัวเพื่อจะกินเจเพื่องดเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ จึงอยากให้ผู้ที่ตั้งใจจะกินเจในปีนี้ลดการกินเนื้อสัตว์ก่อนมีเทศกาลสัก 1 - 2 วัน เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพเข้าสู่การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นเวลา 9 วันในช่วงเทศกาล เพราะการไม่กินเนื้อสัตว์จะทำให้เราเป็นไข้หรือไม่สบายได้ เนื่องจากในเนื้อสัตว์มีโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งในโปรตีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนน้อยลง เราก็จะเป็นหวัดหรือไม่สบายได้ง่าย

ด้วยเหตุนี้เองคนที่กินเจจึงต้องกินอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหรือนมถั่วเหลือง ซึ่งถั่วเหลืองมีโปรตีนและกรดอะมิโนใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ แต่อยากให้เลือกกินงาหรือน้ำถั่วเหลืองที่ผสมงาดำด้วย เพราะในงาดำมีกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า เมโธโอนีน ที่มีมากกว่าในถั่วเหลือง หากนำถั่วเหลืองผสมงาดำ จะได้โปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน และในงาดำยังมีแคลเซียมด้วย

ที่มา : www.healthandcuisine.com

นอกจากนี้ยังมีหมี่กึง ซึ่งเป็นแป้งโปรตีนที่ทำจากแป้งสาลี นิยมนำมาทำอาหารที่หลากหลายมาก คนกินเจจะกินแต่หมี่กึงโดยไม่กินโปรตีนเกษตร จะทำให้ขาดโปรตีน เพราะกระบวนการผลิตโปรตีนเกษตรนั้น จะมีการเติมกรดอะมิโนที่สำคัญต่อร่างกายเข้ามาด้วย ถ้าเราไม่กินโปรตีนเกษตร จะทำให้ร่างกายขาดโปรตีน และกรดอะมิโน ในหนึ่งมื้ออาหารที่กินเจจึงต้องดื่มนมถั่วเหลืองผสมงาดำ ถั่วเหลืองที่เป็นเมล็ด หรือเต้าหู้ในมื้อนั้นๆ จะทำให้คนที่ตั้งใจกินเจได้สารอาหารครบถ้วน

ส่วนคนที่มีภาวะไตหรือเป็นโรคไต แต่ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ต้องลดโปรตีน คนที่เป็นโรคไตนั้นส่วนใหญ่เขาจะได้รับโปรตีนจากไข่ขาว แต่ในช่วงเทศกาลกินเจ ถ้าคนเป็นไตมีความตั้งใจอยากกินเจ ต้องระมัดระวัง เพราะในถั่วเหลืองมีฟอสเฟต โดยเฉพาะในเต้าหู้ยังมีแร่ธาตุอื่นๆ คนเป็นไตจึงต้องพึงระวัง อย่ากินอาหารเจด้วยความเพลิดเพลิน ให้กินแต่น้อยและมีสติ เพื่อไม่ให้มากเกินความจำเป็นของคนที่เป็นโรคไต ที่เป็นปัญหามากๆ ของคนที่กินเจ นั้นอยู่ที่การได้คาร์โบไฮเดรต ไขมันและโซเดียมที่มากเกิน โดยเฉพาะคนที่มีความดันโลหิตสูง มีโอกาสอ้วน คอเลสเตอรอลในเลือดสูง จึงอยากให้สังเกตตัวเองว่าแต่ละมื้ออาหาร ไม่ควรจะกินข้าวเกิน 2 ทัพพี ซึ่งคนกินเจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยอิ่ม จึงกินอาหารอื่นๆ ที่เป็นแป้งเพิ่มขึ้น ดังนั้นให้ลดข้าวลงและอาจจะไปกินอย่างอื่นได้ ไม่ควรกินอาหารทอดมากนัก หรืออาหารเจที่เป็นหมี่ซั่วควรกินไม่เกิน 1 กำมือครึ่ง ถ้าต้องนำผัดหมี่ซั่วแช่เย็นเพื่อนำมากินในมื้อต่อ ไป ควรเอาไขมันขาวที่เกาะกับเส้นออกไปก่อน ก็จะช่วยให้ไขมันในมื้อนั้นลดลงได้

ที่มา : www.oknation.net

สำหรับกลุ่มกับข้าวที่เป็นผักดองจะมีเกลือโซเดียมในปริมาณที่มาก แนะนำว่าผู้ประกอบอาหารเจขาย หรือต้องทำอาหารกินเอง ควรนำผักดองมาล้างจะช่วยให้เกลือโซเดียมลดลง วิธีการกินก็สำคัญมากควรใช้ตะเกียบคีบ เพื่อจะได้คีบอาหารได้น้อย เป็นการจำกัดอาหารได้อีกทางหนึ่ง ถ้าเรายึดวิธีการที่ได้แนะนำ มีสติ และปรับวิธีการใช้ชีวิตในแต่ละมื้ออาหาร จะทำให้เรามีความสุข จิตใจสงบในช่วงเทศกาลกินเจในปีนี้อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    • http://www.komchadluek.net