อาหารสุขภาพแนะนำสำหรับบำรุงโลหิต

สปาเก็ตตี้ฉ่ำซอส (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูสปาเก็ตตี้ผักโขมครีมซอส)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 276 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เส้นสปาเก็ตตี้ (ดิบ)
1/2 ถ้วยตวง (60 กรัม)
 
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
ผักโขมเขียว (ซอย)
1 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
ซอสหอยฯลดโซเดียม
1/2 ช้อนชา (12 กรัม)
เนื้อสันในไก่ (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม
3 ช้อนชา
เห็ดหอมสด (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (25 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่ (สับละเอียด)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับต้มเส้น)
3 ถ้วยตวง (600 มล.)
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
นมพาสฯรสจืด
1 ถ้วยตวง (200 มล.)

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาด(สำหรับต้มเส้น)ใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงต้มประมาณ 8 นาที จนสุก ตักขึ้นใส่จาน พักไว้
    2. เทน้ำมันลงในกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่หอมหัวใหญ่ กระเทียม ผักโขม เนื้อไก่ และเห็ดหอม ผัดให้เข้ากันจนสุก
    3. เทนมลงในกระทะ แล้วปรุงรสด้วยซอสหอยฯ และซีอิ๊วขาว คนให้เข้ากันจนส่วนผสมเริ่มข้น
    4. ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ต้มสุก (ข้อ 1.) แล้วผัดให้เข้ากัน โรยด้วยพริกไทยป่น ปิดไฟ ตักขึ้นเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนู “สปาเก็ตตี้ผักโขมครีมซอส” อาหารสไตล์อิตาเลียน ที่มีรสชาติติดใจใครหลายๆ คน เพราะความหอมหวานของซอสที่เข้ากันกับความนุ่มของเส้นสปาเก็ตตี้ ทำให้กลายเป็นเมนูที่น่าหลงใหลได้ไม่ยาก วัตถุดิบหลักของเมนูนี้ คือ ผักโขม ซึ่งอุดมไปด้วยโฟเลต ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ลดปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะโรคโลหิตจางได้ หากคุณกำลังมองหาเมนูสุขภาพสำหรับบำรุงโลหิตแล้วล่ะก็ เมนูนี้ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว (นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์)

Update : 16 กรกฎาคม 2557
 
เบอร์เกอร์ชิ้นจิ๋ว (สำหรับ 2 ท่าน)
(เบอร์เกอร์ทูน่าผัดผงกะหรี่)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 241 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ขนมปังมินิบัน
8 ชิ้น  (70 กรัม)
 
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
เนื้อปลาทูน่าในน้ำแร่
1/2 กระป๋อง (70 กรัม)
 
เรดโอ๊ค (หั่นชิ้น)
1/4 ถ้วยตวง (20 กรัม)
ไข่ไก่ (เบอร์ 2)
1 ฟอง (50 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1/4 ช้อนชา
หอมหัวใหญ่ (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
ผงกะหรี่
1/4 ช้อนชา (1 กรัม)
แครอท (หั่นเต๋า)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำพริกเผา
1 ช้อนโต๊ะ (7 กรัม)
เมล็ดถั่วลันเตา (ต้ม)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
ซอสหอยฯลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
คื่นไช่ (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1//2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    1. เทน้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียม หอมหัวใหญ่ แครอท เมล็ดถั่วลันเตา ผัดจนสุก
    2. ตามด้วยเนื้อปลาทูน่า และไข่ไก่ ปรุงรสด้วยน้ำตาล ผงกะหรี่ น้ำพริกเผา และซอสหอยฯ ผัดให้เข้ากัน
    3. โรยด้วยคื่นไช่ ปิดไฟ ตักขึ้นใส่จาน พักไว้ จะได้ส่วนผสมของไส้เบอร์เกอร์
    4. นำขนมปังมาผ่าแบ่งครึ่ง วางเรดโอ๊คไว้บนขนมปัง แล้วตักส่วนผสมของไส้ที่เตรียมไว้ (ข้อ 3.) ใส่ตรงกลาง ประกบด้านบนด้วยขนมปังอีกชิ้น พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เพียงแค่อ่านชื่อเมนูก็ดูน่าสนใจไม่น้อย กับเมนู “เบอร์เกอร์ทูน่าผัดผงกะหรี่” ที่เกิดจากการนำทูน่าผัดผงกะหรี่มาทำเป็นไส้ของเบอร์เกอร์ชิ้นจิ๋ว มีรสชาติหวานกลมกล่อมของน้ำพริกเผา และผงกะหรี่ อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยในการบำรุงโลหิตอย่างโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลา เนื่องจากโปรตีนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง (นพ. บุญชู พงศ์ธนากุล) นอกจากนี้ยังได้รับวิตามินจากผักต่างๆ จึงทำให้เมนูนี้ เป็นเมนูที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวในการบำรุงโลหิต

Update : 16 กรกฎาคม 2557
 
สองเกลอปราบเซียน (สำหรับ 2 ท่าน)
(ตับเจี๋ยนต้นหอมญี่ปุ่นและถั่วแขก)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 164 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ตับหมู (สไลด์บางๆ)
1/2 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1/2 ช้อนชา
ต้นหอมญี่ปุ่น (ซอย)
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม
2 ช้อนชา
ถั่วแขก (หั่นแฉลบ)
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
ซอสหอยฯลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
หอมหัวใหญ่ (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
แป้งข้าวโพด
2 ช้อนชา (4 กรัม)
เก๋ากี้ (แช่น้ำ)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำสะอาด (ละลายแป้ง)
2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับผัด)
4 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
 
น้ำมันพืช
1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    1. เทน้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมลงไป เจียวให้หอม
    2. ใส่ต้นหอมญี่ปุ่น ถั่วแขก หอมหัวใหญ่ และเก๋ากี้ผัดจนสุก
    3. ตามด้วยตับหมู แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซอสหอยฯ และน้ำสะอาด ผัดให้เข้ากัน
    4. ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำสะอาด เทลงในกระทะ ผัดให้เข้ากันจนข้น ปิดไฟ โรยหน้าด้วยพริกไทย พร้อมเสิร์ฟ
    (**เพื่อลดกลิ่นคาวของตับ ควรใช้กระดาษซับเลือดให้หมดก่อนนำไปปรุงอาหาร และไม่ควรผัดนานเกินไป เนื่องจากจะทำให้เนื้อสัมผัสของตับแข็งกระด้างไม่น่ารับประทาน)

คุณประโยชน์
    “ตับเจี๋ยนต้นหอมญี่ปุ่นและถั่วแขก” เมนูอาหารสไตล์จีน โดยหยิบเอาตับมาผัดกับต้นหอมญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวาน เมนูนี้เน้นประโยชน์จากตับ ซึ่งเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากธาตุเหล็กแล้ว ยังพบทองแดง แร่ธาตุที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (นิตยสาร ModernMom) อีกทั้งยังเพิ่มคุณค่าให้กับเมนูอาหารด้วยผักต่างๆ และสมุนไพรจีนอย่าง “เก๋ากี้” ถ้าไม่ลองชิมดู คงไม่ได้แล้ว

Update : 16 กรกฎาคม 2557
 
วุ้นผลไม้หลากสี (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูวุ้นน้ำฝรั่งผลไม้รวม)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 101 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

น้ำฝรั่ง
1 ถ้วยตวง (200 มล.)
 
ผงวุ้น
1/2 ช้อนโต๊ะ (8 กรัม)
เนื้อส้มซันควิก (หั่นเต๋า)
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
น้ำสะอาด (แช่เม็ดแมงลัก)
3 ช้อนโต๊ะ
สับปะรดภูแล (หั่นเต๋า)
1/2 ถ้วงตวง (50 กรัม)
 
น้ำสะอาด (แช่ผงวุ้น)
1/2 ถ้วยตวง (100 มล.)
เม็ดแมงลัก
1/4 ช้อนชา
 
   

วิธีทำ
    1. นำเม็ดแมงลักมาแช่น้ำสะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จนพองตัวเต็มที่
    2. เทน้ำสะอาด 1/2 ถ้วงตวงใส่หม้อ ตามด้วยผงวุ้น พักไว้ประมาณ 5 นาที จนผงวุ้นละลาย แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนให้เข้ากัน
    3. เมื่อน้ำเดือด และผงวุ้นละลายหมดจึงปิดไฟ แล้วค่อยๆเติมน้ำฝรั่ง และเม็ดแมงลักลงในหม้อ คนจนส่วนผสมเข้ากัน
    4. ใส่ส้มซันควิก และสับปะรดลงในถ้วย แล้วตักส่วนผสม(ข้อ 3.)ใส่ลงไป ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง ประมาณ15 - 20 นาที จนวุ้นแข็งตัว หรือที่อุณหภูมิแช่เย็นประมาณ 10 นาที พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    “วุ้นน้ำฝรั่งผลไม้รวม” เมนูของหวานธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา เป็นเมนูที่เกิดจากการนำน้ำฝรั่งมาทำเป็นวุ้น เพิ่มสีสันและประโยชน์ด้วยการเติมผลไม้ที่มากคุณค่าไปด้วยวิตามินซีอย่างสับประรด และส้มซันควิก โดยวิตามินซีนั้นมีส่วนสำคัญ ที่ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กนั้น มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ผศ.ดร.ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์) ประโยชน์มากมายขนาดนี้ ถ้าไม่ลองชิมดู คงน่าเสียดาย

Update : 16 กรกฎาคม 2557
 
ยำผักกูดสูตรสำเร็จ (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูยำผักกูดหมูสับ)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 108 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ผักกูด (เด็ดยอดอ่อน)
1 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
เนื้อหมู (สับ)
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
2 ช้อนชา
แครอท (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่ (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศเชอรี่ (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับรวน)
3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับลวก)
1 ถ้วยตวง (200 มล.)

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาด(สำหรับลวก)ใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด นำผักกูดลงลวกพอสุก ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    2. เทน้ำสะอาด(สำหรับรวน)ใส่กระทะ นำหมูสับลงรวนจนสุก ตักส่วนผสมใส่ถ้วย พักไว้ให้เย็น
    3. ปรุงรสส่วนผสม(ข้อ 2.) ด้วยกระเทียม พริกขี้หนู น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำปลา คนให้เข้ากัน จะได้น้ำยำพักไว้
    4. นำผักกูดลวก แครอท หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศ ใส่ลงชามผสม ปรุงรสด้วยน้ำยำที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักขึ้นใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    ถ้าพูดถึงเมนูยำสุดจี๊ด รสชาติสุดแซ่บ คงหนีไม่พ้นเมนู “ยำผักกูดหมูสับ” เมนูนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหาเมนูควบคุมน้ำหนักและบำรุงโลหิต วัตถุดิบหลักของเมนูนี้คือ ผักกูด มีธาตุเหล็กซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้าง "ฮีโมโกลบิน" ในเม็ดเลือดแดง และ "ไมโอโกลบิน" ที่อยู่ในกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากโปรตีนที่มีอยู่ในเนื้อหมูอีกด้วย (สำนักโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข)

Update : 16 กรกฎาคม 2557
 
เมี่ยงน้อยคอยรัก (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูเมี่ยงหอยลายลุยสวน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 143 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

หอยลายอบกรอบ
3 ช้อนโต๊ะ (25 กรัม)
 
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
เส้นหมี่ข้าวกล้อง (แช่น้ำ)
1/4 ถ้วงตวง (50 กรัม)
 
รากผักชี (ซอย)
1 ราก (3 กรัม)
หอมแดง (หั่นเต๋า)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
2 ช้อนชา
ขิงอ่อน (หั่นเต๋า)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
ผักชี (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
ผักกาดหอม
1/2 ถ้วยตวง (20 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับลวก)
1 ถ้วยตวง (200 มล.)
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาด(สำหรับลวก)ใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด นำเส้นหมี่ลงลวกให้สุก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ พักไว้
    2. ผสมพริกขี้หนู กระเทียม รากผักชี น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำปลา คนให้เข้ากัน จะได้ส่วนผสมของน้ำจิ้มลุยสวน
    3. นำผักกาดหอมมาห่อเส้นหมี่ลวก หอมแดง ขิงอ่อน ผักชี และหอยลายอบกรอบ ให้มีขนาดพอคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มลุยสวนที่เตรียมไว้

คุณประโยชน์
    “เมี่ยงหอยลายลุยสวน” เมนูอาหารแนวใหม่ รสชาติจัดจ้าน ที่เกิดจากการนำหอยลายอบกรอบมาทำเป็นเมี่ยง รับประทานคู่กับน้ำจิ้มลุยสวนสุดแซ่บ เมนูนี้เน้นประโยชน์จากวิตามินบี 12 ที่มีอยู่ในหอยลาย ซึ่งวิตามินบี 12 นั้นทำงานร่วมกับกรดโฟลิคช่วยในการผลิต และแบ่งเซลล์ของเม็ดเลือด จึงช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะโรคโลหิตจางได้ เมนูนี้จึงเหมาะสำหรับการบำรุงโลหิตได้ดีเลยทีเดียว (ศ. นพ. เฉลียว ปิยะชน )

Update : 16 กรกฎาคม 2557
 
ป๊อบอายหน้าแดง (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 316 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เนื้อปลาเก๋า (หั่นชิ้นบาง)
1/2 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
น้ำตาลมะพร้าว
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
ผักโขมแดง
2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
น้ำพริกเผา
1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดเออรินจิ (หั่นชิ้น)
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
กะทิธัญพืช
3 ช้อนโต๊ะ
แครอท (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำปลา (ลดโซเดียม)
1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
น้ำมันพืช (เจียวหอมแดง)
1/2 ช้อนโต๊ะ
เม็ดมะม่วงหิมพานต์
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมันพืช (สำหรับทอดปลา)
4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    1. ทอดเนื้อปลาเก๋า จนเหลืองกรอบ แล้วพักไว้
    2. เจียวหอมแดงในน้ำมัน (ไฟอ่อน) จนหอม เติมกะทิ น้ำพริกเผา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลา คนให้เข้ากัน พักไว้พออุ่น แล้วเพิ่มรสชาติด้วยน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน จะได้น้ำปรุงรสสำหรับยำ
    3. ลวกเห็ดเออรินจิ และผักโขม ในน้ำเดือด แล้วตักขึ้น บีบน้ำออก ใส่ชามคลุก ใส่แครอท และพริกลงไป
    4. ราดน้ำปรุงรส (ข้อ 2.) ลงบนส่วนผสม (ข้อ 3.) คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงฯ และปลาเก๋ากรอบ พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้เป็นเมนูยำผักโขมแดง ใส่ปลาเก๋า เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ด้วยรสชาติ ส่วนผสมที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ อุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหารที่ช่วยบำรุงโลหิตอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ธาตุเหล็ก ที่ได้จากผักโขม และเนื้อปลา โปรตีนจากปลา และเห็ดเออรินจิ รวมทั้งวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี และวิตามินอี เป็นต้น ซึ่งจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันไม่ให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย หากคุณกำลังมองหาเมนูสุขภาพบำรุงโลหิต เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราแนะนำ

Update : 21 กุมภาพันธ์ 2556
 
ข้าวหลงดงสมุนไพร (สำหรับ 1 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 517 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ข้าวกล้องสินเหล็ก (หุงสุก)
1 ถ้วยตวง (150 กรัม)
 
ใบมะกรูด (ซอย)
2 ใบ (2 กรัม)
เนื้อไก่ (สับ)
1/4 ถ้วยตวง (70 กรัม)
 
ต้นหอม (ซอย)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
แครอท (หั่นเต๋าเล็ก)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1 ช้อนชา
หอมหัวใหญ่ (หั่นเต๋าเล็ก)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาว (ลดโซเดียม) 1 ช้อนโต๊ะ
ข่า (สับ)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
พริกไทยป่น เล็กน้อย
ตะไคร้ (สับ)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    1. ผัดเนื้อไก่ในน้ำมัน จนพอสุก ใส่แครอท หอมหัวใหญ่ ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด ผัดจนสุก
    2. ใส่ข้าวกล้องฯ หุงสุก แล้วปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ ผัดให้เข้ากัน
    3. โรยต้นหอม ผัดให้ทั่ว ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้เป็นเมนูข้าวผัดสมุนไพร ที่ทำง่ายๆ แต่ได้สุขภาพ เพื่อการดูแลสุขภาพโลหิตเป็นพิเศษ เมนูนี้จึงเป็นเมนูที่เราสรรหาวัตถุดิบที่ช่วยดูแลสุขภาพโลหิตของคุณมากขึ้น ด้วยข้าวกล้องสินเหล็ก เป็นข้าวที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวพันธุ์นี้ได้ผ่านการประเมินคุณสมบัติความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็ก ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและในมนุษย์ โดยพบว่าการส่งเสริมการบริโภคข้าวสินเหล็กในเด็กนักเรียนที่มีภาวะพร่องธาตุเหล็ก ทำให้ระดับ hemoglobin มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว) นั่นแสดงว่า ข้าวกล้องสินเหล็กนี้ มีปริมาณธาตุเหล็กสูง โดยธาตุเหล็กในอาหารมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน - คาร์บอนไดออกไซด์ ภายในร่างกาย ขนส่งสารอาหารไปยังอวัยวะต่างๆ เป็นต้น

Update : 21 กุมภาพันธ์ 2556
 
ทูน่ากลัวหนาว (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 362 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ขนมปังโฮลวีทงาหม่อน
4 แผ่น (140 กรัม)
 
ผักสลัด บัตเตอร์เฮด (หั่นชิ้น)
1/4 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
เนื้อทูน่ากระป๋องในน้ำแร่
1/2 ถ้วยตวง (70 กรัม)
 
งาขาวคั่ว
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
อะโวคาโด (หั่นเต๋า)
1/2 ถ้วยตวง (60 กรัม)
 
เกลือป่น (ลดโซเดียม)
เล็กน้อย
แครอท (หั่นเต๋าเล็ก)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
2 ช้อนชา (10 กรัม)
ผักสลัด ผักกาดแก้ว (หั่นชิ้น)
1/4 ถ้วยตวง (20 กรัม)
 
น้ำสลัดไขมันต่ำ
2 ช้อนโต๊ะ (70 กรัม)

วิธีทำ
    1. ผสมน้ำสลัด น้ำมะนาว เกลือ งาขาวคั่ว เข้าด้วยกัน พักไว้
    2. นำส่วนผสมน้ำสลัด (ข้อ 1.) มาคลุกเคล้ากับเนื้อทูน่า อะโวคาโด และแครอท ให้เข้ากัน
    3. นำผักสลัดมาวางบนแผ่นขนมปัง ตักส่วนผสม (ข้อ 2.) ราดด้านบน แล้วนำขนมปังอีกแผ่นวางประกบไว้
    4. จะได้แซนวิชทูน่า ในอีกแบบ พร้อมเสิร์ฟเป็นอาหารเช้า หรืออาหารว่างได้อีกหนึ่งเมนู

คุณประโยชน์
    เมนูนี้เป็นเมนูแซนวิชสลัดทูน่า อะโวคาโด เป็นเมนูที่รับประทานเป็นของว่าง หรือเป็นเมนูอาหารมื้อหลักก็ได้ เนื่องจากมีคุณค่าสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ นอกจากนี้ ในเมนูยังมอบคุณประโยชน์ที่ช่วยดูแลสุขภาพโลหิตให้กับคุณอีกด้วย ทั้งคุณค่าจากธาตุเหล็ก และโปรตีนของปลาทูน่า วิตามินอี และวิตามินซี จากอะโวคาโด และผักสด ที่จะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย และนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

Update : 21 กุมภาพันธ์ 2556