อาหารสุขภาพแนะนำสำหรับบำรุงกระดูก

ยำคะน้าเบ่งกล้าม (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูยำคะน้าหมูสับ)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 105 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

คะน้าฮ่องกง (หั่นท่อน)
1 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
รากผักชี (สับ)
1 ราก (3 กรัม)
เนื้อหมู (สับ)
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
2 ช้อนชา
แครอท (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่ (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
คื่นไช่ (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับรวน)
3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับลวก)
1 ถ้วยตวง (200 มล.)
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาด(สำหรับลวก)ใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด นำคะน้าลงลวกให้สุก ตักขึ้นพักไว้
    2. เทน้ำสะอาด(สำหรับรวน) ใส่หม้อ ตั้งไฟให้ร้อน นำเนื้อหมูลงรวยจนสุก ตักส่วนผสมขึ้นใส่ถ้วย
    3. ปรุงรสส่วนผสม (ข้อ. 2 ) ด้วย พริกขี้หนู กระเทียม รากผักชี น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำปลาลดโซเดียม คนให้เข้ากัน จะได้ส่วนผสมของน้ำยำเตรียมไว้
    4. นำคะน้าลวก แครอท และหอมหัวใหญ่ใส่ลงถ้วยผสม คลุกเคล้าด้วยน้ำยำที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยคื่นไช่ พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    ถ้าพูดถึงอาหารจานแซ่บรสชาติจิ๊ดจ๊าด สีสันสวยงามน่ารับประทานด้วยแล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้น “ยำคะน้าหมูสับ” ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมที่ได้มาจากคะน้า โดยแคลเซียมนั้นถือได้ว่าเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้น การดึงแคลเซียมออกมาจากกระดูกมีมากกว่าการดูดซึมแคลเซียมเข้าไป เป็นสาเหตุทำให้กระดูกมี รูพรุน เปราะและหักง่าย จึงควรได้รับแคลเซียมเพิ่มเติมจากอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะโรคกระดูกพรุน (ผศ.นพ. พัชรพล อุดมเกียรติ)

Update : 2 กรกฎาคม 2557
 
นมสดเพิ่มพลัง (สำหรับ 1 ท่าน)
(เมนูเมล่อนญี่ปุ่นนมสด)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 191 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เมล่อนญี่ปุ่นสีเขียว
1 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
น้ำตาลอีควอล
1 ราก (3 กรัม)
เมล่อนญี่ปุ่นสีส้ม
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
นมพาส ฯรสจืด
1 ถ้วยตวง (200 มล.)

วิธีทำ
    1. นำเมล่อนญี่ปุ่นสีเขียว และสีส้ม มาปอกเปลือก คว้านไส้ หั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ พักไว้
    2. ผสมนมรสจืด และน้ำตาลอีควล ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
    3. นำแคนตาลูปที่เตรียมไว้ลงแช่ในนม (ข้อ. 2) พร้อมเสิร์ฟ
    (**เพื่อเพิ่มความสดชื่น ควรแช่ให้เย็นจัดก่อนรับประทาน)

คุณประโยชน์
    “เมล่อนญี่ปุ่นนมสด” เมนูของหวาน ที่ไม่ใช่แค่ของหวานธรรมดา แต่ช่วยบำรุงกระดูกได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยส่วนผสมหลักของเมนูนี้คือ นมสด ซึ่งจัดเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เนื่องจากกระดูกเป็นอวัยวะที่มีการสร้าง และสลายเนื้อกระดูกเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับการสร้างเนื้อกระดูกใหม่นั้นจะสร้างจากแคลเซียมในอาหารที่รับประทานเข้าไป หากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกออกมาใช้สร้างเนื้อกระดูก ทำให้เนื้อกระดูกบางและเสี่ยงต่อภาวะโรคกระดูกพรุนได้ (ผศ.นพ. พัชรพล อุดมเกียรติ)

Update : 2 กรกฎาคม 2557
 
แซนวิชโอบอุ้มไก่ (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูแซนวิชพริกแกงไก่อัลมอนด์)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 377 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ขนมปังโฮลวีตงาดำ
3 แผ่น ( กรัม)
 
น้ำพริกแกงเผ็ด
1/2 ช้อนชา (3 กรัม)
เนื้อสันในไก่ (สับ)
3 ช้อนโต๊ะ (70 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1 1/2 ช้อนชา
เรดโอ๊ค (ซอย)
3 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนชา
อัลมอนด์อบ (บดละเอียด)
3 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
 
นมพาส ฯรสจืดขาดมันเนย
1/2 ถ้วยตวง (100 มล.)

วิธีทำ
    1. นำกระทะตั้งไฟ เทนมลงในกระทะตั้งไฟให้เดือด ใส่พริกแกงลงละลาย คนให้เข้ากัน
    2. ใส่ตามด้วยเนื้อไก่ และอัลมอนด์ ผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมข้นขึ้น
    3. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล คนให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้ จะได้ส่วนผสมของไส้แซนวิช
    4. วางเรดโอ๊คลงบนขนมปัง ตามด้วยส่วนไส้แซนวิช (ข้อ. 2) ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่นด้านบน หั่นเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนู “แซนวิชพริกแกงไก่อัลมอนด์” เป็นเมนูอาหารฟิวชั่น ที่หยิบเอาผัดพริกแกงไก่มาทำเป็นไส้แซนวิช รวมถึง การเติมอัลมอนด์ เพื่อเพิ่มความหวานมันและเพิ่มประโยชน์ให้กับเมนูอาหาร ในถั่วอัลมอนด์จะมีแมกนีเซียม ซึ่งเป็นธาตุที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับปฏิกิริยาทางชีวเคมีในร่างกาย โดยแมกนีเซียมจะทำงานร่วมกับแคลเซียม ในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ (สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา)

Update : 2 กรกฎาคม 2557
 
ต้มยำปลาแข็งแกร่ง (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูผัดปลากระป๋องต้มยำแห้ง)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 174 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ปลาแมคคอเรลกระป๋อง
1 กระป๋อง (155 กรัม)
 
ใบมะกรูด (ซอย)
3 ใบ (3 กรัม)
เห็ดนางฟ้าภูฐาน (หั่นชิ้น)
1/2 ถ้วยตวง (70 กรัม)
 
น้ำพริกเผา
1 ช้อนชา (7 กรัม)
ข่าแก่ (สับ)
2 ช้อนชา (10 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1/2 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1/2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่ง (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน รอให้ร้อน ตามด้วย ข่าแก่ ตะไคร้ และเห็ดนางฟ้าภูฐาน ผัดให้สุกและเข้ากัน
    2. ใส่ปลาแมคคอเรลลงผัดตามด้วย พริกขี้หนู น้ำพริกเผา น้ำปลา และน้ำมะนาว ผัดให้เข้ากัน
    3. ปิดไฟ ตักขึ้นใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูด และผักชีฝรั่ง พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    “ปลากระป๋องต้มยำแห้ง” เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย มีรสชาติจัดจ้านในแบบฉบับของเครื่องต้มยำ อุดมไปด้วยวิตามินดีที่ได้จากปลาแมคคอเรล ซึ่งวิตามินดีมีส่วนสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย หากได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนได้ (ศ.นพ. บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล)

Update : 2 กรกฎาคม 2557
 
สลัดส้มโอพิชิตกุ้งแซ่บ (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูสลัดส้มโอวาซาบิกุ้งสด)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 221 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เนื้อส้มโอ (แกะเป็นเกล็ด)
1 ถ้วยตวง (200 กรัม)
 
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบ
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
กุ้งแชบ๊วย
3 ตัว (70 กรัม)
 
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
แครอท (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 1/2 ช้อนชา
กะหล่ำปลีสีม่วง (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (20กรัม)
 
น้ำสลัดวาซาบิ
2 ช้อนชา (30 กรัม)
สลัดคอส (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับลวก)
1 ถ้วยตวง (200 มล.)

วิธีทำ
    1. นำกุ้งล้าง ปอกเปลือก ผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก เทน้ำสะอาดใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด นำกุ้งลงลวกพอสุก ตักขึ้นพักไว้
    2. นำสลัดวาซาบิ กระเทียมสับ และน้ำมะนาวใส่ถ้วย คนให้เข้ากัน จะได้ส่วนผสมของน้ำสลัดเตรียมไว้
    3. ใส่ส้มโอแครอท กะหล่ำปลี และสลัดคอสลงในถ้วย คลุกเคล้าด้วยน้ำสลัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยหน้าด้วยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบ พร้อมเสิร์ฟ
    (**ควรเลือกใช้ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา เพื่อรสชาติ และความกรอบของเนื้อส้มโอในสลัด)

คุณประโยชน์
    เมนู “สลัดส้มโอวาซาบิกุ้งสด” เป็นเมนูสลัดแนวใหม่ อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีที่ได้จาก ส้มโอ วิตามินซีนั้นจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก และป้องกันการเสื่อมของกระดูกข้อต่อต่างๆที่มีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้นด้วย (กฤษฎี โพธิทัต)

Update : 2 กรกฎาคม 2557
 
ต้มจืดรวมทัพนักรบ (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูต้มจืดเต้าหู้ไก่สับกับต้นหอมญี่ปุ่น)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 165 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

สันในไก่ (สับ)
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
รากผักชี (สับ)
1 ราก (3 กรัม)
เต้าหู้คินุ (หั่นเต๋า)
1/2 ถ้วงตวง (100 กรัม)
 
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
ฟองเต้าหู้แช่น้ำ (หั่นชิ้น)
1/4 ถ้วงตวง (50 กรัม)
 
ผักชี (ซอย)
2 ช้อนชา (5 กรัม)
ต้นหอมญี่ปุ่น (ซอย)
1/4 ถ้วงตวง (50 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
แครอท (หั่นชิ้น)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1 1/2 ถ้วยตวง (300 มล.)
เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำ+ซอยเส้น)
1 ดอก (20 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาดใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เนื้อไก่ ฟองเต้าหู้ ต้นหอมญี่ปุ่น แครอท เห็ดหอมแห้ง รากผักชี และกระเทียมลงต้มจนสุก
    2. ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาวที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน ตามด้วยเต้าหู้คินุ รอจนสุก
    3. เมื่อเต้าหู้สุก ปิดไฟ โรยด้วยผักชี ตักขึ้นพร้อมเสิร์ฟขณะร้อนๆ
    (**ไม่ควรคนส่วนผสมบ่อยๆ หลังจากใส่เต้าหู้ เนื่องจากจะทำให้เนื้อเต้าหู้แตก ไม่น่ารับประทาน)

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูต้มจืดเต้าหู้ไก่สับกับต้นหอมญี่ปุ่น เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย มีรสชาติหวานหอมของต้นหอมญี่ปุ่น เน้นประโยชน์จากถั่วเหลืองในเต้าหู้ เพราะนอกจากแคลเซียมแล้ว ยังมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ซึ่งจัดเป็นสาร ไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) ที่ทำงานคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ในเพศหญิง มีประสิทธิภาพในการช่วยลดอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูก สามารถทดแทนการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ จึงช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนในสตรีสูงอายุ (รศ. ยุพา คูคงวิริยพันธุ์)

Update : 2 กรกฎาคม 2557
 
ถั่วพูล้มยักษ์ / เมนูเจ (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 271 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เต้าหู้ขาวแข็ง (หั่นชิ้น)
1 ก้อน (100 กรัม)
 
น้ำตาลมะพร้าว
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
ถั่วพู (หั่นชิ้น)
1 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1/2 ช้อนโต๊ะ
แครอท (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
น้ำมะขามเปียก
1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาว (สูตรเจ)
1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงอบ
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1 ช้อนโต๊ะ
งาดำป่น
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 

วิธีทำ
    1. ผสมน้ำตาล น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก และซีอิ๊วขาว คนให้เข้ากัน จะได้น้ำปรุงรสสำหรับยำ
    2. นำเต้าหู้มาคลุกกับงาดำป่น แล้วนำไปทอดในน้ำมัน จนเต้าหู้เหลืองสุกดี พักไว้
    3. ลวกถั่วพูในน้ำเดือด แล้วนำไปคลุกกับ เต้าหู้ทอด แครอท และพริกขี้หนู
    4. ราดน้ำปรุงรส ลงบนส่วนผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยถั่วลิสง พร้อมรับประทาน

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูยำถั่วพู เจ เพื่อสุขภาพกระดูก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการของถั่วพู และงาดำ ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของกระดูก หลายท่านอาจคิดว่า แหล่งของแคลเซียม มีแค่ในนม และในก้างปลาตัวเล็กเท่านั้น ในเทศกาลเจ จึงอาจทำให้คุณขาดแคลเซียม แต่เมนูนี้ นอกจากจะเป็นเมนูเจแล้ว ยังทำให้กระดูกของคุณไม่ขาดแคลเซียมอย่างแน่นอน

Update : 10 ตุลาาคม 2555
 
สลัดเย็นเกล็ดมังกร / เมนูเจ (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 171 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

แอปเปิ้ลฟูจิ (หั่นชิ้น)
1 ผล (200 กรัม)
 
ผักสลัดฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก (หั่นชิ้น)
1/2 ถ้วยตวง (20 กรัม)
กีวี่ (หั่นชิ้น)
1 ผล (100 กรัม)
 
ธัญญาหาร อบกรอบ (ซีเรียล)
2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
แครอท (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำสลัดฟักทอง
2 ช้อนโต๊ะ
ผักสลัดเรดโครอล (หั่นชิ้น)
1/2 ถ้วยตวง (20 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. นำแอปเปิ้ล กีวี่ และผักสลัด ที่หั่นเป็นชิ้นพอคำ มาจัดเรียงใส่จาน
    2. โรยหน้าด้วยแครอท แล้วราดน้ำสลัดฟักทองลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
    3. โรยซีเรียลเพิ่มความกรอบ พร้อมรับประทาน

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูสลัดผลไม้ เจ เมนูที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ จากผัก และผลไม้สด โดยเฉพาะวิตามินซี หลายท่านอาจกำลังสงสัยว่า วิตามินซี จะบำรุงกระดูกได้อย่างไร? ด้วยคุณค่าทางโภชนาการของวิตามินซี แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ในการบำรุงกระดูกโดยตรงเหมือนกับแคลเซียม ในการดูแลกระดูก วิตามินซีมีบทบาทสำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากบริเวณปลายกระดูก และข้อต่อ หากว่าบริเวณดังกล่าวมีคอลลาเจนอยู่มาก ก็จะช่วยลดการเสียดสีกันของข้อต่อกระดูก และลดอาการปวดข้อได้ ดังนั้น วิตามินซี จึงช่วยดูแลกระดูกของคุณได้อีกทางเช่นกัน

Update : 10 ตุลาาคม 2555
 
บะหมี่สองแผ่นดิน / เมนูเจ (สำหรับ 1 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 370 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เส้นบะหมี่ผักโมโรเฮยะ
1 ก้อน (50 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1 ช้อนชา
แผ่นน้ำนมถั่วเหลือง (หั่นชิ้น)
1/4 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
ซอสเห็ดหอม (สูตรเจ)
1/2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วหวาน (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาว (สูตรเจ)
1/2 ช้อนโต๊ะ
แครอท (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1 ช้อนโต๊ะ
โหระพา (เด็ดใบ)
1 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับต้มเส้น)
2 ถ้วยตวง
พริกขี้หนู (หั่นแฉลบ)
2 เม็ด (5 กรัม)
 

วิธีทำ
    1. นำเส้นบะหมี่ผักโมโรเฮยะ ไปต้ม ประมาณ 3 นาที จนเส้นสุก  ตักขึ้นสะเด็ดน้ำพักไว้
    2. ทอดแผ่นน้ำนม ให้พอเหลือง ใส่พริกขี้หนู ถั่วหวาน และแครอท
    3. ตามด้วยเส้นบะหมี่ ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ ผัดให้ทั่ว
    4. โรยใบโหระพา ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูผัดบะหมี่ เจ บะหมี่ที่ใช้ เป็นบะหมี่ที่ผสมกับผักโมโรเฮยะ ซึ่งเป็นผักที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทาน ด้วยคุณค่าสารอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อกระดูก  นอกจากนี้ คุณยังได้รับแคลเซียมจากผักที่ใช้ในเมนู อย่างโหระพา และถั่วหวานอีกด้วย เมนูนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ช่วยดูแลกระดูกของคุณในช่วงเทศกาลกินเจได้

Update : 10 ตุลาาคม 2555