อาหารสุขภาพแนะนำสำหรับบำรุงระบบประสาท และสมอง

สเต็กหมูถนัดคิด  (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูสเต็กหมูบดซอสหอมหัวใหญ่)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 236 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เนื้อหมู (บด)
1/4 ถ้วยตวง (80 กรัม)
 
แครอท (หั่นชิ้น)
3 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
หอมหัวใหญ่ (สับ)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
จมูกข้าวสาลี
2 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ
มันฝรั่ง (หั่นเต๋า)
3 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับต้มผัก)
1 ถ้วยตวง (200 มล.)
ถั่วแขก (หั่นท่อน)
3 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
 
   

ส่วนผสมซอสหอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่ (ซอยบางๆ)
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
เต้าเจี้ยว
1 ช้อนชา (5 กรัม)
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
แป้งข้าวโพด
1 ช้อนชา (1 กรัม)
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
 
น้ำสะอาด (ละลายแป้ง)
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย
1/4 ช้อนชา
 
น้ำสะอาด (สำหรับทำซอส)
1/2 ถ้วยตวง (100 มล.)
ซอสหอยฯลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาด(สำหรับต้ม)ใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่แครอท มันฝรั่ง และถั่วแขกลงต้มให้สุก ตักขึ้นใส่จาน พักไว้
    2. นำเนื้อหมู หอมหัวใหญ่ จมูกข้าวสาลี และพริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อน แล้วกดให้แบนเล็กน้อยก
    3. นำกระทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟให้ร้อน นำเนื้อหมูที่เตรียมไว้ (ข้อ 2.) ลงทอดด้วยไฟอ่อนให้สุกทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้น พักไว้
    4. ใส่หอมหัวใหญ่ กระเทียม และน้ำสะอาด (สำหรับทำซอส) ลงในกระทะ ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซอสหอยฯ เต้าเจี้ยว พริกไทยป่น และแป้งข้าวโพดละลายน้ำ คนให้เข้ากัน ตักหมู (ข้อ.3) ใส่ลงไป เคี่ยวกับซอสจนข้นหนืด ประมาณ 5 นาที ด้วยไฟอ่อน
    5. ตักสเต็กหมูขึ้นใส่จาน ราดด้วยซอสให้ทั่ว เสิร์ฟพร้อมผักต้มที่เตรียมไว้ รับประทานขณะร้อน

คุณประโยชน์
    “สเต็กหมูถนัดคิด” เป็นเมนูสุขภาพ เชื่อว่าหลายๆ คนคงชื่นชอบ โดยเมนูสเต็กหมูจานนี้มีรสชาติหวาน กลมกล่อมที่เกิดจากการเคี่ยวส่วนผสมจนได้เป็นซอสหอมหัวใหญ่ เน้นประโยชน์ที่ได้จากวิตามินบี 6 ที่มีอยู่ในเนื้อหมูและ จมูกข้าวสาลี ซึ่งวิตามินบี 6 นั้นมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง โดยจะช่วยในการสร้างสารเซโรโทนิน ที่ช่วยทำให้อารมณ์ดีและความจำดี (ผศ.ดร.วัลภา คุณทรงเกียรติ อาหารคลายเครียด)

Update : 18 มิถุนายน 2557
 
หน่อไม้ฝรั่งเสริมความจำ  (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูหน่อไม้ฝรั่งราดซอสกุ้ง)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 101 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

หน่อไม้ฝรั่ง (หั่นท่อน)
1 ถ้วยตวง (150 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม
2 ช้อนชา
กุ้งแชบ๊วย
3 ตัว (70 กรัม)
 
ซอสหอยฯลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
แครอท (หั่นเต๋า)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
แป้งข้าวโพด
1 ช้อนชา (1 กรัม)
เห็ดหอมสด (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำสะอาด (ละลายแป้ง)
2 ช้อนโต๊ะ
ขิงแก่ (สับ)
1 ช้อนชา (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับซอส)
1/2 ถ้วยตวง (100 มล.)
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
น้ำสะอาด (สำหรับลวก)
1 ถ้วยตวง (200 มล.)
น้ำตาลทราย
1/8 ช้อนชา (0.5 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    1. ล้างกุ้งแชบ๊วยให้สะอาด ปอกเปลือก ผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ พักไว้
    2. เทน้ำสะอาด(สำหรับลวก)ใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด นำหน่อไม้ฝรั่งลงลวกให้สุก ตักขึ้นใส่จาน พักไว้
    3. นำกระทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟให้ร้อน ใส่ขิง กระเทียม แครอท และเห็ดหอม ลงผัดให้สุก
    4. เติมน้ำสะอาด(สำหรับซอส)ลงในกระทะ ปรุงรสด้วย น้ำตาล ซีอิ๊วขาว ซอสหอยฯ คนให้เข้ากัน ใส่เนื้อกุ้งลงต้มจนสุก
    5. นำแป้งข้าวโพดละลายน้ำสะอาดเทลงใส่กระทะ คนให้เข้ากันจนข้น ปิดไฟ ตักขึ้นราดบนหน่อไม้ฝรั่งที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูหน่อไม้ฝรั่งราดซอสกุ้ง จัดเป็นอาหารประเภทผัดที่สามารถทำได้ง่าย มีวัตถุดิบหลักคือ หน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งมีโฟเลตที่มีส่วนช่วยให้ระบบประสาทและสมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยจะช่วยให้เซลล์ประสาทเจริญเติบโต อีกทั้งยังเป็นสารอาหารที่ใช้ในการผลิตสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก จึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท นอกจากนี้ โฟเลตยังเป็นสารที่จำเป็นต่อการพัฒนาไขสันหลังที่สมบูรณ์ของทารกในครรภ์จึงเหมาะสำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ (สุวลี โล่วิรกรณ์)

Update : 18 มิถุนายน 2557
 
ซุปเต้าหู้คู่ปัญญา  (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูซุปเต้าหู้และเห็ดรวม)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 105 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เต้าหู้คินุ (หั่นเต๋า)
1 ถ้วยตวง (150 กรัม)
 
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
เห็ดเข็มทอง (หั่นท่อน)
1/4 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
ซอสหอยฯลดโซเดียม
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
เห็ดหูหนูดำ (ซอย)
3 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม
2 ช้อนชา
เห็ดหอมแห้ง(แช่น้ำ+หั่นเส้น)
1 - 2 ดอก (10 กรัม)
 
แป้งข้าวโพด
2 ช้อนชา (1 กรัม)
เก๋ากี้
2 ช้อนชา (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด (ละลายแป้ง)
2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี (สับ)
1 ราก (3 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1 1/2 ถ้วยตวง (300 มล.)
ผักชี (ซอย)
2 ช้อนชา (5 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. เทน้ำสะอาดใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู เห็ดหอม เก๋ากี้ และรากผักชีลงต้มให้สุก
    2. ปรุงรสด้วย ซอสหอยฯ ซีอิ๊วขาว และแป้งข้าวโพดละลายน้ำ คนให้เข้ากัน
    3. ใส่เต้าหู้คินุลงไป คนเบาๆให้เข้ากัน
    4. ปิดไฟ โรยด้วยผักชี และพริกไทย ตักขึ้นเสิร์ฟ รับประทานขณะร้อน
    (** หลังจากใส่เต้าหู้แล้ว ไม่ควรคนส่วนผสมบ่อย เพราะอาจจะทำให้เนื้อเต้าหู้เละ ไม่น่ารับประทาน)

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูซุปเต้าหู้และเห็ดรวม ด้วยประโยชน์ของโคลีน ที่มีอยู่ในเต้าหู้ ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำงานของสมอง สมองใช้โคลีนในการสร้างสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) ทำหน้าที่รักษาความจำและสติปัญญา เมื่ออายุมากขึ้นระดับอะซิทิลโคลีนลดลง ทำให้มีอาการหลงลืม และความสามารถในการคิดลดลง จนเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ เพราะสูญเสียอะซิทิลโคลีน นอกจากความจำแล้ว อะซิทิลโคลีนยังช่วยให้การสื่อสารระหว่างเซลล์มีประสิทธิภาพรวดเร็วขึ้นอีกด้วย(ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ กินต้านโรค)

Update : 18 มิถุนายน 2557
 
เมี่ยงใบบัวบกพกคู่คิด  (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูเมี่ยงใบบัวบกปลาสำลีทอด)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 317 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ใบบัวบก  (ใบและก้านอ่อน)
1 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
เนื้อปลาสำลี (ทอด)
1 ตัว (150 กรัม)
 
น้ำตาลมะพร้าว
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
หอมแดง (หั่นเต๋า)
2 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
ขิงอ่อน (หั่นเต๋า)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะขามเปียก
3 ช้อนโต๊ะ (48 กรัม)
มะนาว (หั่นเต๋า)
1 ลูก (20 กรัม)
 
น้ำสะอาด
2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสง (อบ)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. นำใบบัวบกมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนขนาดพอคำ พักไว้
    2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำสะอาดลงในกระทะ คนให้เข้ากัน เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมเริ่มข้นประมาณ 3 นาที ตักขึ้นใส่ถ้วย พักไว้ (สำหรับเป็นน้ำราดเมี่ยงคำ)
    3. นำใบบัวบก มาห่อปลาสำลีทอด หอมแดง ขิง มะนาว ถั่วลิสง และพริกขี้หนู ให้มีขนาดพอคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำราดเมี่ยง (ข้อ2.) ที่เตรียมไว้

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูเมี่ยงใบบัวบกปลาสำลีทอด ที่เอาใจคนรักสุขภาพ โดยดัดแปลงมาจากเมนูเมี่ยงคำ ที่จากเดิมรับประทานคู่กับใบชะพลู ให้เปลี่ยนมาเป็นใบบัวบกแทน ซึ่งใบบัวบกนั้นไม่ใช่แค่ผักพื้นบ้านธรรมดา แต่เป็นผักที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำและเรียนรู้ เนื่องจากมีฤทธิ์ที่สามารถต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเสื่อมของสมอง คงสภาพปริมาณของสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง และเสริมฤทธิ์การทำงานของสารกาบา (GABA) ที่มีอยู่ในข้าวกล้อง จึงช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดภาวะตึงเครียดได้ นอกจากนี้ใบบัวบกยังทำให้หลอดเลือดแข็งแรง เลือดจึงไปเลี้ยงหัวใจและสมอง ได้ดีขึ้น (พญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร มูลนิธิหมอชาวบ้าน)

Update : 18 มิถุนายน 2557
 
ส้มตำลับสมอง  (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูส้มตำมะเขือเทศ กับไก่ย่าง)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 259 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

มะเขือเทศเชอร์รี่ (หั่นชิ้น)
3/4 ถ้วยตวง (150 กรัม)
 
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
แครอท (ซอย)
3 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
2 ช้อนชา
ถั่วฝักยาว (หั่นท่อน)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
อัลมอนด์อบ (บุบ)
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
   

ส่วนผสมซอสหอมหัวใหญ่

เนื้ออกไก่
1 ชิ้น (150 กรัม)
 
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
กระเทียม (สับ)
1 กลีบใหญ่ (5 กรัม)
 
ซอสหอยฯ ลดโซเดียม
1/2 ช้อนโต๊ะ (8 กรัม)
ขมิ้นผง
1/4 ช้อนชา (1 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ
เม็ดผักชีป่น
1/4 ช้อนชา (1 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. นำเนื้ออกไก่มาล้างให้สะอาด จิ้มด้วยส้อมให้ทั่ว และนำมาคลุกเคล้ากับกระเทียม ขมิ้น เม็ดผักชี พริกไทย และซอสหอยฯ หมักไก่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
    2. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันให้ร้อน นำเนื้ออกไก่ลงย่างด้วยไฟอ่อนให้สุกทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้น พักไว้ให้เย็น
    3. ผสมกระเทียม พริกขี้หนู น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำปลาใส่ถ้วย คนให้เข้ากัน จะได้เป็นน้ำราดสำหรับส้มตำเตรียมไว้
    4. นำมะเขือเทศ แครอท ถั่วฝักยาว และอัลมอนด์ใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำราดส้มตำ (ข้อ 3.) คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมไก่ย่างที่เตรียมไว้ (ข้อ 2.)

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูส้มตำมะเขือเทศ กับไก่ย่าง เป็นเมนูอาหารสุขภาพ สามารถทำได้ง่าย เหมาะสำหรับทุกวัย เมนูนี้เน้นประโยชน์จากมะเขือเทศราชินี ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ช่วยลดอัตราเสี่ยงจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidative stress) ซึ่งเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด สารพิษ รังสีภายนอก เป็นต้น จึงส่งผลต่อความผิดปกติของเซลล์ ทำให้ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระสูงกว่าสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นมา (โอภา 2549) การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารจะช่วยลดสภาวะความปฏิกิริยาออกซิเดชั่นดังกล่าว ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์สมอง เพราะเหตุนี้สารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยรักษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมได้ (ผศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย และอ.ริญ เจริญศิริ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัย มหิดล)

Update : 18 มิถุนายน 2557
 
ข้าวกล้องเพิ่มไอคิว  (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูข้าวกล้อง ราดซอสเขียวหวานปลาแซลมอน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 440 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ข้าวกล้อง (หุงสุก)
1 ถ้วยตวง (120 กรัม)
 
น้ำพริกแกงเขียวหวาน
1 1/2 ช้อนชา (5 กรัม)
เนื้อปลาแซลมอน
1/2 ถ้วยตวง (70 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1 ช้อนชา
มะเขือเปราะ (หั่นชิ้น)
3 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1/2 ช้อนโต๊ะ
ใบโหระพา
2 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
 
กะทิธัญพืช
1/4 ถ้วยตวง (50 มล.)
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1/4 ถ้วยตวง (50 มล.)

วิธีทำ
    1. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่กะทิ แล้วตามด้วยน้ำพริกแกงเขียวหวาน ผัดด้วยไฟอ่อนให้หอม เติมน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน
    2. ใส่เนื้อปลาลงต้มให้สุก ตามด้วยมะเขือเปราะ และพริกขี้หนู คนให้เข้ากัน เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนน้ำแกงเขียวหวานข้นขึ้น
    3. ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย และน้ำปลา คนให้เข้ากัน ปิดไฟ โรยด้วยใบโหระพา ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องร้อนๆ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูข้าวกล้อง ราดซอสเขียวหวานปลาแซลมอน เป็นเมนูอาหารบำรุงสมองที่จับคู่ระหว่างข้าวกล้องกับซอสเขียวหวานปลาแซลมอน ที่ได้รสชาติหวานชุ่มฉ่ำกำลังดีของซอสเขียวหวาน เน้นประโยชน์จากปลาแซลมอนที่มีโอเมก้า 3ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ แต่สามารถรับได้จากอาหารที่ทานเข้าไป กรดไขมันชนิดนี้ มีความจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและสติปัญญา โดยมีความสำคัญในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท และเยื่อบุผิวของเนื้อเยื่อสมอง ช่วยให้สมองกระปรี้กระเปร่า ชะลอความเสื่อมถอยของระบบประสาทส่วนกลาง พัฒนาความจำ ทำให้อารมณ์ดี และลดโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า (ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ กินต้านโรค)

Update : 18 มิถุนายน 2557
 
แซลมอนท้าไอคิว  (สำหรับ 1 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 220 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

แซลมอนลอกหนัง (หั่นชิ้น)
1/2 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
ผักโขมเขียว (หั่นท่อน)
1/2 ถ้วยตวง (40 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1 ช้อนชา
แครอท (หั่นชิ้น)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
เกลือ (ลดโซเดียม)
1/4 ช้อนชา
ขิงอ่อน (ซอย)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาว (ลดโซเดียม)
1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี (โขลกพอแหลก)
1/2 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1 ถ้วยตวง (200 มล.)

วิธีทำ
    1. ลวกผักโขมให้สุก แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้
    2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่รากผักชี ขิงซอย และแครอท ต้มจนแครอทสุก
    3. รอน้ำเดือด ใส่ปลาแซลมอน ผักโขม แล้วปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง แล้วตักเสิร์ฟร้อนๆ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้เป็นเมนูต้มจืดแซลมอน กับผักโขม ด้วยประโยชน์ของกรดไขมันดี อย่างโอเมก้า 3 ที่มีในเนื้อปลา ช่วยทำให้สมองกระฉับกระเฉง มีสมาธิดีขึ้น กระตุ้นให้เซลล์สมองมีความไวต่อการรับสัญญาณประสาท และประโยชน์จากผักโขม ซึ่งจัดเป็นกลุ่มผักใบเขียว จึงช่วยดูแลสุขภาพของสมองให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ เมนูนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพของระบบประสาท และสมองเป็นพิเศษ

Update : 3 กันยายน 2555
 
ปลาทูเพิ่มวิชา  (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 66 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ปลาทูนึ่ง + ทอด (ทั้งตัว)
2 ตัว (170 กรัม)
 
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
ตะไคร้ (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1 ช้อนชา
แครอท (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1/2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่ง (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำปลา (ลดโซเดียม)
1/2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 

วิธีทำ
    1. ผสมน้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำปลา คนให้เข้ากัน แล้วพักไว้ให้น้ำตาลละลาย
    2. แกะเนื้อปลาทูทอด ยีให้เป็นชิ้น แล้วตักใส่จาน
    3. ใส่ตะไคร้ แครอท ผักชีฝรั่ง หอมแดง และพริกขี้หนู
    4. ราดน้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ แล้วคลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน รับประทานได้ทันที

คุณประโยชน์
    กรดไขมันดี อย่างโอเมก้า 3 ใช่ว่าจะพบแค่ในอาหารฝรั่งอย่างเดียวเท่านั้น ปลาทูไทยไทยของเราก็ไม่น้อยหน้า ขึ้นชื่อว่าปลาทะเลแล้ว คุณจะได้รับประโยชน์จากเกลือแร่ รวมทั้งกรดไขมันดีที่ช่วยบำรุงระบบประสาท และสมองของเราอย่างดีทีเดียว อีกทั้ง ยังเป็นเมนูที่รับประทานได้ง่าย ย่อยง่าย แล้วยังทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านอีกด้วย

Update : 3 กันยายน 2555
 
แปะก๊วยลับปัญญา  (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 73 แคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ลูกแปะก๊วย (ต้ม)
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
น้ำ + เนื้อมะพร้าวอ่อน
1 1/2 ถ้วยตวง (350 กรัม)
ลูกเดือย (ต้ม)
2 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
 
น้ำตาลเทียม (อิควอล)
2 ซอง
ถั่วแดง (ต้ม)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 

วิธีทำ
    1. นำแปะก๊วย ลูกเดือย และถั่วแดงที่ต้มแล้ว มาแช่ในน้ำมะพร้าว ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 - 10 นาที
    2. นำส่วนผสมในข้อ (1) มาใส่หม้อ ตั้งไฟ รอให้เดือด แล้วตักใส่ถ้วย พักไว้
    3. เมื่อส่วนผสมเริ่มอุ่น เติมน้ำตาลเทียมลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เคยได้ยินบ้างหรือไม่ว่า แปะก๊วย มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาท และสมอง จริงๆ แล้วสารสำคัญที่ช่วยบำรุงระบบประสาท และสมองที่ดีที่สุด จะพบมากในใบแปะก๊วย ซึ่งจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอยดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง   ทำให้ความสามารถในการทำงาน และการตัดสินใจดีขึ้น เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ ช่วยให้ความจำดีขึ้น (นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 304, ภก.สุดเหมือนฝัน  ธนธัญญา)
    แต่ใช่ว่าลูกแปะก๊วยจะไม่มีสารสำคัญเหล่านั้นเลย เพียงแต่พบในปริมาณที่น้อยกว่าในใบเท่านั้นเอง ซึ่งตามปกติร่างกายเราก็ไม่ได้ต้องการสารเหล่านั้นมากมาย เนื่องจากการทำงานของสารเหล่านั้น จะทำงานโดยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น หากเราได้รับสารเหล่านั้นมากเกินไป เมื่อเกิดบาดแผล จะทำให้เกิดอาการเลือดไหลไม่หยุดนั่นเอง ดังนั้นการรับประทานอย่างพอดี นอกจากคุณจะได้รับประโยชน์จากอาหารเหล่านั้น ได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียงอีกด้วย อีกทั้ง ในเมนูยังประกอบด้วยธัญพืช ที่มีเกลือแร่ และวิตามินสำคัญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท และสมอง

Update : 3 กันยายน 2555