เมนูแนะนำอาหารต้านโรคเบาหวาน

ยำมะระแกล้งหวาน (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูยำมะระขี้นก)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 150 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

มะระขี้นก
1 ถ้วยตวง (120 กรัม)
 
กะทิธัญพืช
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
เนื้อหมู (สับ)
2 ช้อนโต๊ะ (50 กรัม)
 
น้ำพริกเผา
1 ช้อนชา (7 กรัม)
หอมแดง (ซอย)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำตาลมะพร้าว
2 ช้อนชา (10 กรัม)
ตะไคร้ (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่ง (ซอย)
2 ช้อนชา (5 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1 ช้อนโต๊ะ
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (บุบ)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
 
 

วิธีทำ
    1. ผ่าครึ่งมะระขี้นก คว้านเมล็ดออก ซอยบางๆ นำมาขยำกับน้ำเกลือ แล้วล้างน้ำให้สะอาด
    2. นำมะระที่เตรียมไว้ลงลวกในน้ำเดือด ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัดสักครู่ พักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
    3. ผสมน้ำกะทิและน้ำสะอาด เทลงในกระทะ ตั้งไฟ ตามด้วยหมูสับ รวนจนสุก แล้วตักส่วนผสมขึ้นใส่ชาม
    4. ปรุงรสส่วนผสม(ข้อ.3) ด้วยพริกขี้หนู น้ำพริกเผา น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะนาว และน้ำปลาที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย จะได้ส่วนผสมของน้ำยำ พักไว้
    5. นำมะระลวก หอมแดง ตะไคร้ ผักชีฝรั่ง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ราดด้วยน้ำยำ(ข้อ.4) คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูยำมะระขี้นกน้ำพริกเผา โดยนำมะระขี้นกที่มีคุณสมบัติต้านเบาหวาน มาทำการลวกและปรุงกับน้ำยำ เพิ่มกลิ่นหอมมันด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทำให้มะระมีรสชาติกลมกล่อมน่ารับประทานขึ้น ในมะระขี้นกมีสารสำคัญ ที่ออกฤทธิ์ในการต้านเบาหวานคือชาแรนทิน คาเรนทิน และไวซีน โดยมีประสิทธิภาพช่วยลดน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน และเพิ่มการลำเลียงกลูโคสจากตับไปใช้ยังกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี ไนอาซีน เบต้าแคโรทีน และยังมีสารให้รสขมกลุ่มคิวเคอร์บิตาซิน ซึ่งมีรายงานการวิจัยว่าสารขมดังกล่าวมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย (ข้อมูลจาก :ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร มูลนิธิหมอชาวบ้าน และรศ.ดร.วีณา จิรัจฉริยากูล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)

Update : 19 มีนาคม 2557
 
ต้มจิ๋วล้อมตะวัน (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูต้มจิ๋วแก่นตะวันใส่ไก่)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 118 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

แก่นตะวัน
1 ถ้วยตวง (120 กรัม)
 
ใบกะเพรา
2 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
สันในไก่ (หั่นชิ้น)
1/2 ถ้วยตวง (70 กรัม)
 
ใบโหระพา
2 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
หอมแดง (บุบ)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำมะนาว
1 ช้อนโต๊ะ
ข่า (บุบ)
1 ช้อนโต๊ะ (10กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ (บุบ)
2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1 1/2 ถ้วยตวง (300 มล.)
พริกขี้หนู (บุบ)
3 เม็ด (7 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. นำแก่นตะวันมาล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ
    2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่แก่นตะวัน ต้มจนนิ่มด้วยไฟอ่อน ตามด้วยเนื้อไก่ หอมแดง ข่า ตะไคร้ และพริกขี้หนู ต้มจนสุก
    3. ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว และน้ำปลาที่เตรียมไว้ ใส่ใบกะเพรา กับใบโหระพา คนให้เข้ากัน ตักขึ้นใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูต้มแบบโบราณ เรียกว่า “ต้มจิ๋ว” ซึ่งต้นตำรับนั้นคิดค้นขึ้นโดย พระองค์เจ้าเยาวภาพงษ์สนิท พระราชธิดาองค์ที่ 47 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสูตรต้นตำรับที่บันทึกไว้ในตำรับสายเสาวภา มีจุดเด่นคือการผสมผสานใบกะเพรา และใบโหระพาที่มีกลิ่นหอม โดยต้มเข้ากับเนื้อวัว และมันเทศ แต่ในตำหรับอาหารสุขภาพของโกเด้นเพลสนี้ได้ปรับเปลี่ยนไปใช้เนื้อไก่ที่มีปริมาณไขมันต่ำ รวมถึงการเลือกใช้แก่นตะวัน เพื่อให้ได้รับใยอาหารประเภทอินูลิน และฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ โดยใยอาหารสำคัญเหล่านี้จะไม่ถูกย่อยและดูดซึมในลำไส้เล็ก จึงไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด นอกจาก ช่วยลดระดับน้ำตาล โคเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย (ข้อมูลจาก :วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นิตยสาร Health & Cuisine)

Update : 19 มีนาคม 2557
 
ยี่หร่าลงทะเลใต้ (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูแกงป่าปลาเก๋าใส่ใบยี่หร่า)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 81 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เนื้อปลาเก๋า (หั่นชิ้น)
1 ถ้วยตวง (150 กรัม)
 
ข่า (สับละเอียด)
1/2 ช้อนชา (3 กรัม)
ถั่วฝักยาว (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
ตะไคร้ (สับละเอียด)
1/2 ช้อนชา (3 กรัม)
ข้าวโพดอ่อน (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
พริกแกงเหลือง
1 1/2 ช้อนชา (8 กรัม)
กระชาย (ซอย)
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1/2 ช้อนโต๊ะ
ใบยี่หร่า
2 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
 
น้ำสะอาด
1 1/2 ถ้วยตวง (300 มล.)

วิธีทำ
    1. แบ่งน้ำสะอาดครึ่งถ้วยตวงใส่หม้อ ตั้งไฟ นำพริกแกง ลงละลาย ตามด้วย ข่า และตะไคร้ รอให้เดือด เติมน้ำที่เหลือลงไป
    2. รอให้น้ำแกงเดือด ใส่เนื้อปลา ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และกระชายที่เตรียมไว้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา คนให้เข้ากัน
    3. เมื่อเนื้อปลา และผักสุกดีแล้ว ใส่ใบยี่หร่า คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักขึ้นพร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูแกงป่าแบบฉบับปักษ์ใต้ ที่มีเอกลักษณ์ในส่วนผสมของขมิ้น และเครื่องแกงที่ร้อนแรง นำมาแกงร่วมกับเนื้อปลาเก๋า และผักต่างๆ เพิ่มกลิ่นหอมน่ารับประทานด้วยใบยี่หร่า ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มกลิ่นแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้อีกด้วย โดยในรายงานการวิจัยพบว่า สารสกัดจากยี่หร่า มีฤทธิ์ลดน้ำตาล โคเลสเตอรอล กรดไขมันอิสระ และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด จึงเป็นผลดีในการลดความเสี่ยงการเกิดโรคไขมันอุดตันหลอดเลือด และโรคเบาหวานได้ (ข้อมูลจาก : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)

Update : 19 มีนาคม 2557
 
ชมจันทร์ซ้อนกลิ่น (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูดอกชมจันทร์ผัดกระเทียม)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 57 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

ดอกชมจันทร์
1 ถ้วยตวง (100 กรัม)
 
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม
1 ช้อนชา
แครอท (หั่นชิ้น)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
น้ำสะอาด
2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับ)
4 กลีบใหญ่ (10 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยฯลดโซเดียม
1/2 ช้อนโต๊ะ (8 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. นำดอกชมจันทร์มาล้าง เด็ดขั้ว และดึงเกสรออก พักไว้
    2. นำกระทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมให้หอมด้วยไฟอ่อน ตามด้วยแครอท ลงผัดให้สุก
    3. เร่งไฟ ใส่ดอกชมจันทร์ ปรุงรสด้วยซอสหอยฯ ซีอิ๊วขาว และน้ำสะอาด ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
    (**ดอกชมจันทร์ มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ โดยเฉพาะบริเวณเกสร ควรเด็ดออกก่อนนำมาปรุงอาหาร**)

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูดอกชมจันทร์ผัดกระเทียม ซึ่งเป็นเมนูกับข้าวง่ายๆ โดยเลือกใช้ดอกชมจันทร์ ที่อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ มาผัดกับกระเทียม ซึ่งในกระเทียมนั้นมีสารสำคัญชื่ออัลลิซิน ที่เมื่อนำมาผ่านความร้อนจะแตกตัวเป็นสารประกอบซัลไฟด์จำนวนมากที่มีคุณสมบัติต่างๆ กัน เช่น ลดระดับโคเลสเตอรอล ละลายลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถช่วยในการป้องกันเบาหวานได้ (ข้อมูลจาก : เภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิหมอชาวบ้าน)

Update : 19 มีนาคม 2557
 
สวนเสน่ห์สองนาง (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูเส้นหมี่ข้าวกล้อง กับไก่ย่างใบชะพลู)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 245 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เส้นหมี่ข้าวกล้องแห้ง
1/2 ถ้วยตวง (40 กรัม)
 
รากผักชี (สับ)
1 ราก (3 กรัม)
สันในไก่ (หั่นชิ้นยาว)
3/4 ถ้วยตวง (150 กรัม)
 
กระเทียม (สับ)
2 กลีบใหญ่ (5 กรัม)
ใบชะพลู
1/4 ถ้วยตวง (10 กรัม)
 
ซอสหอยฯ ลดโซเดียม
1/2 ช้อนโต๊ะ (8 กรัม)
ใบโหระพา
2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
พริกไทยป่น
เล็กน้อย
ผักกาดหอม
1/2 ถ้วยตวง (20 กรัม)
 
น้ำมันพืช
1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

ผักชี (สับ)
2 ช้อนชา (5 กรัม)
 
น้ำร้อน (ชงหญ้าหวาน)
2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู (ซอย)
2 เม็ด (5 กรัม)
 
น้ำมะนาว
3 ช้อนชา
กระเทียม (สับ)
1 กลีบใหญ่ (3 กรัม)
 
น้ำปลาลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
หญ้าหวานแห้ง
1 ช้อนโต๊ะ (5 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. เตรียมน้ำจิ้มโดย นำหญ้าหวานแช่ในน้ำร้อนที่เตรียมไว้ประมาณ 1 นาที รินเฉพาะน้ำที่ได้ลงผสมกับผักชี พริกขี้หนู กระเทียม น้ำมะนาว และน้ำปลา คนให้เข้ากัน พักไว้
    2. หมักเนื้อไก่ด้วยรากผักชี กระเทียม ซอสหอยฯ และพริกไทย พักไว้สักครู่
    3. นำเส้นหมี่ แช่น้ำจนนิ่ม ลงลวกให้สุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้ นำใบชะพลูลงลวกให้นิ่ม ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ พักไว้
    4. นำเนื้อไก่หมักมาวางบนใบชะพลู และม้วนให้สวยงาม ใส่น้ำมันลงในกระทะ แล้วนำไก่ที่เตรียมไว้ลงย่างในกระทะให้สุกด้วยไฟอ่อน ตักขึ้นพักไว้
    5. นำเส้นหมี่ลวก และไก่ย่างใบชะพลู จัดเรียงใส่จานพร้อมใบโหระพา ผักกาดหอม เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มที่เตรียมไว้

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูเส้นหมี่ข้าวกล้องกับไก่ย่างใบชะพลู ทานพร้อมน้ำจิ้มรสชาติกลมกล่อมจากหญ้าหวานแทนการใช้น้ำตาล ที่สามารถจะเลือกทานเป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ ครบถ้วนด้วยสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า ใบชะพลูมีสรรพคุณชะลอการดูดซึมน้ำตาลสู่กระแสเลือด และช่วยกระตุ้นการนำน้ำตาลไปใช้ในบริเวณเซลล์กล้ามเนื้ออีกด้วย (ข้อมูลจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก)

Update : 19 มีนาคม 2557
 
ดรุณีแก้มแดง (สำหรับ 2 ท่าน)
(เมนูสลัดมะเขือเทศปูอัดวาซาบิ)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 156 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

มะเขือเทศเนื้อ
1 ลูก (150 กรัม)
 
แครอท (สับละเอียด)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
ปูอัด (สับหยาบ)
2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
 
วาซาบิ
1/2 ช้อนชา (5 กรัม)
ถั่วแระญี่ปุ่น (ทั้งฝัก)
3 ช้อนโต๊ะ (40 กรัม)
 
น้ำสลัดไขมันต่ำ
2 ช้อนโต๊ะ (24 กรัม)
หอมใหญ่ (สับละเอียด)
1/2 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
   

วิธีทำ
    1. ใช้มีดกรีดที่ผิวมะเขือเทศเบาๆเป็นรูปกากบาท แล้วนำไปลวกในน้ำเดือดจัด ประมาณ 5 วินาที ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นทันที
    2. นำมะเขือเทศที่ลวกแล้ว มาลอกเปลือก และคว้านเมล็ดออก นำไปพักไว้ในตู้เย็น และแกะเมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นเตรียมไว้
    3. ใส่น้ำสลัดและวาซาบิลงถ้วย คนให้เข้ากัน ตามด้วยปูอัด เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น หอมใหญ่ และแครอท คลุกเคล้าให้เข้ากัน
    4. ตักส่วนผสม(ข้อ.3) ใส่ลงลูกมะเขือเทศที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูสลัดมะเขือเทศปูอัดและวาซาบิ เหมาะจะเลือกทานเป็นมื้อเช้า หรือมื้อว่างยามบ่าย นอกจากนี้ยังให้พลังงานต่ำ รสหวาน ทานง่าย และได้รสเผ็ดอ่อนๆ ของวาซาบิ จึงช่วยให้ทานมะเขือเทศได้ง่ายขึ้น โดยมะเขือเทศนั้นเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซี มีสารไลโคปีนออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดระดับไขมันที่ไม่ดี (LDL) นอกจากนี้ยังมี วิตามินบี1 บี2 วิตามินเค และยังมีโพแทสเซียม ที่ช่วยในการผลิตอินซูลิน จึงสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ (ข้อมูลจาก : สุนทร ตรีนันทวัน ผู้เชี่ยวชาญสาขาเทคโนโลยีการศึกษา สสวท. และหน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)

Update : 19 มีนาคม 2557
 
ผัดกะเพราเห็ดหรรษา (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 77 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เห็ดหูหนูดำแห้งแช่น้ำ
2 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
 
กระเทียม
3 กลีบใหญ่
เห็ดหูหนูขาวแห้งแช่น้ำ
1/4 ถ้วยตวง (30 กรัม)
 
น้ำมันพืช
2 ช้อนชา
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ
2 ดอกใหญ่
 
น้ำปลาสูตรลดโซเดียม
2 ช้อนชา
เห็ดเออรินจิหั่นชิ้น
1/2 ถ้วยตวง (50 กรัม)
 
น้ำมันหอยสูตรลดโซเดียม
1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดฟางหั่นชิ้น
3 หัวใหญ่ (50 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1/2 ช้อนชา
ใบกะเพรา
2 ต้น (10 กรัม)
 
น้ำต้มสุก
1 ทัพพี
พริกขี้หนู
3 - 5 เม็ด
 
 
 

วิธีทำ
    1. โขลกพริก และกระเทียม แล้วนำไปผัดจนหอม
    2. ใส่เห็ดทั้งหมด ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมันหอย น้ำตาลทราย น้ำต้ม
    3. ใส่ใบกะเพรา ผัดให้ทั่ว แล้วตักเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ จะทำให้คุณได้รับโปรตีนจากเห็ดต่างๆ ซึ่งย่อยง่าย ได้รับพลังงานจากแป้ง และไขมันต่ำ ที่สำคัญผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถรับประทานได้ เนื่องจากใบกะเพรา มีคุณสมบัติในการลดไขมัน และน้ำตาลในเลือด (รศ. ดร. สุธาทิพ, นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม 355) นอกจากนี้ คุณยังได้รับประทานอาหารที่ไม่ได้เป็นแค่อาหารผู้ป่วยอีกต่อไป

Update : 8 สิงหาคม 2554
 
ทูน่าเริงระบำ (สำหรับ 4 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 58 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

เนื้อทูน่าในน้ำเกลือ/น้ำมัน
1 กระป๋อง (140 กรัม)
 
พริกขี้หนูซอย
4 เม็ด (8 กรัม)
หัวหอมใหญ่หั่นเต๋า
1 หัวเล็ก (50 กรัม)
 
น้ำมะนาว
2 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมซอย
1 ต้น (5 กรัม)
 
น้ำปลาสูตรลดโซเดียม
1 1/2 ช้อนโต๊ะ
คื่นไช่หั่นท่อน
1 ต้น (15 กรัม)
 
น้ำตาลทราย
1/2 ช้อนชา
มะเขือเทศหั่นเต๋า
1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)
 
น้ำต้มสุก
1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    1. แยกเนื้อปลาทูน่าออกจากน้ำเกลือ/น้ำมัน ใส่ชามคลุก
    2. ใส่ผักทั้งหมดที่หั่นไว้
    3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล และน้ำต้มสุก แล้วคลุกให้เข้ากัน ตักเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ คุณจะได้รับโปรตีน และกรดไขมันที่มีประโยชน์จากเนื้อปลา รวมทั้งสรรพคุณของผัก เช่น หอมหัวใหญ่ ที่ช่วยลดไขมัน และน้ำตาลในเลือด (นพ. วิทวัส, นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม 321) และผักอื่นๆ อย่าง ต้นหอม คื่นไช่ มะเขือเทศ เนื่องจากเป็นผักที่มีน้ำมาก ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงรับประทานได้ไม่จำกัดปริมาณ (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข)

Update : 8 สิงหาคม 2554
 
หลนกุ้ง (สำหรับ 2 ท่าน)
พลังงานที่ได้รับต่อ 1 ท่าน ประมาณ 97 กิโลแคลอรี่

วัตถุดิบ และเครื่องปรุง

กุ้งแชบ๊วย (เนื้อกุ้งสับ)
5 ตัวใหญ่ (65 กรัม)
 
น้ำมะขามเปียก
3 ช้อนชา
นมพร่องมันเนย
1/2 ถ้วยตวง
 
เต้าเจี้ยวขาวบด
1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย
1 ช้อนโต๊ะ
 
เกลือสูตรลดโซเดียม
1/2 ช้อนชา
พริกขี้หนูซอย
2 เม็ด
 
น้ำตาลปี๊บ
2 1/2 ช้อนชา
พริกชี้ฟ้าเขียวหั่นแฉลบ
1 เม็ด
 
 
 

วิธีทำ
    1. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะเปลือก สับกุ้งให้ละเอียด
    2. บด เต้าเจี้ยวให้ละเอียด
    3. เทนมใส่หม้อ ตั้งไฟ พอเดือด ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก เกลือ น้ำตาล
    4. ใส่เต้าเจี้ยว เนื้อกุ้ง หอมซอย พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า คนให้ทั่ว แล้วตักเสิร์ฟ

คุณประโยชน์
    เมนูนี้ เป็นเมนูสำหรับคนที่มองหาอาหารที่ไม่จำเจ หรือว่าอยากทานอาหารที่มีไขมันบ้าง เพื่อความอร่อยเราจึงแนะนำเมนูนี้ แม้ว่ากุ้งจะมีโคเลสเตอรอลสูง แต่ก็มีกรดไขมันที่สำคัญอย่างโอเมก้า 3 อยู่เยอะ และทำให้คุณรับประทานผักได้มากขึ้น นอกจากนี้ เรายังพิถีพิถันในการจำกัดปริมาณโซเดียม และน้ำตาลให้กับผู้ป่วย แต่ยังไม่ทิ้งรสชาดที่อร่อย แต่ได้สุขภาพจากการใช้นม แทนกะทิอีกด้วย

Update : 8 สิงหาคม 2554