อย่าปล่อยให้ “อ้วนลงพุง”

โรคอ้วนลงพุง หรือ Metabolic Syndrome คือ การที่มีเส้นรอบเอวมากกว่าเท่ากับ 80 เซนติเมตร ในผู้หญิง และมากกว่าเท่ากับ 90 เซนติเมตร ในผู้ชาย ซึ่งโรคอ้วนลงพุงมีสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม การรับประทานอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาล และไขมันสูง ร่วมกับการไม่ออกกำลังกาย

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th

ใครบ้างที่มีเสี่ยงเป็น โรคอ้วนลงพุง

- สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ

- ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคความดันโลหิตสูง

- ผู้ที่สูบบุหรี่ และดื่มสุราเป็นประจำ

- ผู้ที่มีโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน

- สตรีวัยหมดประจำเดือน

ผลเสียของการ “อ้วนลงพุง”

• โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือดอย่างเห็นได้ชัด เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคหัวใจวาย และโรคหัวใจขาดเลือด

• โรคเบาหวาน คนที่อ้วนลงพุง จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานกว่าคนอื่น

• โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ คนที่อ้วนลงพุงจะมีความลำบากในการหายใจเข้า-ออก เนื่องจากไขมันที่มากขึ้นบริเวณรอบทรวงอก จะทำให้ทรวงอกขยายตัวได้น้อย นอกจากนี้ไขมันที่ท้องก็จะทำให้กระบังลมไม่สามารถหย่อนตัว ลงมาได้ ผลตามมาคือ เกิดภาวะขาดออกซิเจน ทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

• โรคความดันโลหิตในเลือดสูง ผู้ที่อ้วนลงพุง จะมีความดันโลหิตสูงกว่าคนปกติประมาณ 2.9 เท่า ถ้าหาก ลดน้ำหนัก ระดับความดันโลหิตก็จะลดลงด้วย

ทานอย่างไร ห่างไกลอ้วนลงพุง

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยสัดส่วนของอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อควรประกอบด้วย

- ผักครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมด

- อีก 1/4 เป็นข้าวหรือแป้ง และอีก 1/4 เป็นเนื้อสัตว์หรือโปรตีน ส่วนไขมันนั้นมีอยู่ในอาหารส่วนใหญ่อยู่แล้วจากการประกอบอาหาร

- ปริมาณอาหารที่รับประทานขึ้นกับน้ำหนักตัว หากน้ำหนักตัวมากเกินไป ควรลดปริมาณอาหารลง เพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงขนมหวาน เครื่องดื่มหวานๆ ลูกอม ช็อคโกแลต ไอศกรีม เค้ก คุกกี้ ขนมอบ ของทอด หรือบริโภคแต่น้อย เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงทำให้อ้วนได้ง่าย

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป สัปดาห์ละ 3 - 5 ครั้ง โดยอาจเลือกเล่นกีฬาที่ชอบ เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เดินเร็วหรือวิ่ง เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน อาจเริ่มออกกำลังกาย 5 - 10 นาทีก่อน นอกจากนี้ควรเพิ่มกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงาน เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ทำงานบ้าน ทำสวน เป็นต้น

3. เน้นรับประทานอาหารจำพวกพวกผลไม้ เช่น กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล เป็นต้น

4. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และการสูบบุหรี่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    • สาขาวิชาคาร์ดิโอเมตะบอลิค ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
    • แผ่นพับ “กลุ่มอาการอ้วนลงพุง Metabolic Syndrome” โครงการสอนสุขศึกษาในผู้ป่วยนอก ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช